รถยนต์ไฟฟ้า กับพลังงานทางเลือกยุค 4.0

นวัตกรรมรถใหม่ในยุคนี้เริ่มมีการพัฒนาเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือใช้แบตเตอรี่เป็นกลไกสำคัญในการสำรองไฟค่ายรถยนต์ต่างพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งได้ไกลขึ้นกว่า ในช่วงแรกๆ ที่อาจจะวิ่งได้เพียงแค่กว่า 100-200 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ส่วนการชาร์จไฟมีการพัฒนาให้สามารถชาร์จได้สะดวก และมีที่ชาร์จหลากหลายประเภทให้เลือกชาร์จไฟเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยย่นระยะเวลาการชาร์จได้เร็วขึ้น

ส่วนการพัฒนาด้านกลไกนั้น ก้าวหน้าถึงขั้นให้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีการตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบเซ็นเซอร์ตรวจเช็กและตรวจจับต่างๆ ติดกล้องเสริมในแต่ละจุด รวมถึงระบบควบคุมเกียร์ และอื่นๆ ที่ช่วยเสริมในเรื่องความปลอดภัย สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และข้อมูลได้แม่นยำช่วยส่งผู้โดยสารให้เดินทางไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยและปราศจากผู้ขับขี่ โดยกลไกสำคัญคือต้องมีการพัฒนาให้รถยนต์ที่จะขับเคลื่อนด้วยตัวเองนั้นต้องสามารถอ่านตำแหน่ง ระบุจุดหมายที่แม่นยำ และนำพารถยนต์ไปสู่ที่หมายได้อย่างปลอดภัย นับเป็นการพลิกรูปแบบการขับขี่ที่ทันสมัยที่สุดในยุคที่จะถึงนี้

จุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการด้านยานยนต์นั้นมีมานานกว่า 100 ปี และมีการพัฒนารูปแบบการใช้รถยนต์มาอย่างต่อเนื่อง จากยุครถม้า เข้าสู่ยุครถยนต์ที่เริ่มขับเคลื่อนด้วยกลไกเครื่องจักรกล และต่อยอดมาถึงรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล ที่มีให้เลือกทั้งแบบรถยนต์นั่ง และรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์ประเภทต่างๆ อีกทั้งยังมีการพัฒนาให้รถยนต์รุ่นต่างๆ สามารถใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้หลากหลายเพิ่มขึ้น โดยมีการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ขับขี่โดยมาพร้อมกับระบบรองรับของเครื่องยนต์ที่สามารถเติมเชื้อเพลิงประเภทแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล รวมถึงการใช้เครื่องยนต์ลูกผสมที่ใช้ได้ทั้งน้ำมัน และแก๊สหุงต้ม LPG หรือน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ NGV

จากนั้นวิวัฒนาการด้านยานยนต์ของไทยและโลก มาถึงยุคที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้เครื่องยนต์ลูกผสมที่ช่วยให้การขับขี่สะดวกยิ่งขึ้น เข้าสู่ยุคการเลือกใช้เชื้อเพลิงร่วมกันระหว่างน้ำมัน และผสานการทำงานด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากไฟฟ้าที่เก็บสำรองจากแบตเตอรี่ ประเภทเครื่องยนต์ไฮบริด ไฮบริด ปลั๊กอิน ที่เลือกเติมน้ำมัน พลังงานจากแบตเตอรี่ และสามารถชาร์จไฟได้เพิ่มขึ้น และมาสุดในยุคนี้ที่มีการพัฒนาสู่การเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งนับว่าเป็นยุคที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ รวมถึงการพัฒนาต่อยอดสู่การใช้เชื้อเพลิงที่ได้จากพลังงานก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะค่อยๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและจำหน่ายในท้องตลาดในรูปแบบเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคตอันใกล้นี้

เทียบแล้วยุคที่ผ่านมา กับยุคดิจิทัลนี้ถือได้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีกในยุค 10-20 ปีนี้ โดยถือว่าเป็นยุคของการเปลี่ยนถ่ายที่รวดเร็วขึ้น มีการนำระบบเทคโนโลยีและกลไกสมองกลเข้ามาปรับใช้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อบทบาทและการปรับตัวของผู้ขับขี่กับการใช้รถยุคใหม่ในอนาคต โดยผู้ขับขี่จะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และพัฒนาให้ทันยุค ทันกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะยิ่งทวีความทันสมัยเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ขับขี่ที่มีการปรับตัว และหันมาใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100% หรือใช้รถยนต์พลังงานลูกผสม หรือพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นในอนาคต ถือเป็นการช่วยในเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง และยังเป็นการช่วยตอบโจทย์การใช้รถยนต์กับพลังงานทางเลือกในยุค 4.0 นี้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการเริ่มต้นทฤษฎีใหม่ๆ ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกได้เริ่มวางเป็นเป้าหมายให้ผู้ขับขี่ค่อยๆ ซึมซับ และปรับตัวรองรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ:

ความเห็นของคุณ

comments

Leave a Reply